081 | My first match at Stamford Bridge
ในที่สุดก็ได้ดูซะทีไม่ง่ายเลยการจะดูบอลที่นี่แม้แต่ดูในทีวี ถ้าจะดูในทีวีต้องเสียเงินราวๆเดือนละ 20 ปอนด แล้วแต่เครือข่าย กูเลยดูผ่านเนตเอาจนโดนคนที่ไทยแซวว่ามาอยู่ถึงนี่แต่ได้ดูบอลช้ากว่าที่ไทยอีก เพราะกูดูจากยูบีซีแหละ ฮ่าๆ จริงๆกูไม่ได้เป็นคนบ้าบอลมาแต่เด็กนะเพิ่งมาหัดดูได้ซักปีหละเริ่มจากดูหนังเรื่องโกลหนังดีที่ทำให้กูชอบบอล พอดูแล้วหลงไหลติดงอมแงม อย่างว่าเด็กเหี้ยช้าจะเหี้ยกว่าเด็กเหี้ยตั้งแต่เกิด เช่นเหี้ยตอนมหาลัยมักเรียนทนโง่กร่างเปรี้ยวเก๋าไม่เข้าท่า กูก็เข้าข่ายนี้ ต้องคอยดูสกอร์เช็คตาราง อ่านความเคลื่อนไหวอยู่ทุกวัน คิดแล้วตลกดี อย่างว่า พุทธทาสบอกไว้ ร่างกายเป็นรูปธรรม จับต้องได้ยังไม่เที่ยงแท้ แล้วใจที่เป็นนามธรรมหละ วันนี้ชอบสีแดงแหยงสีเขียว พรุ่งนี้อาจชอบสีเขียวเกลียดสีเหลือง ฟังแบลคอยู่ดีๆ คลั่งเรกเก้ไปได้
กูก็ยังไม่รู้ว่าทำไมพอเริ่มดูบอลก็เชียรเชลซีไม่ได้รู้ว่ามันเก่งไม่รู้ว่ามันได้แชมปมา 2 ปีซ้อนไรเลยนะ แค่เบื่อทีมที่มีคนเชียมากๆ เลยหนีมาเชียทีมเงียบๆ กลายเป็นว่าเป็นทอป 3-4 เฉยแต่พอชอบแล้วเชียแล้วมันก็ฝังใจคราวนี้กลายเป็นรักไป คนที่ดูบอลจะรู้ว่าไม่มีทางเลยที่เชียทีมนึงแล้วจะเปลี่ยนไปเชียรอีกทีมได้มันก็แปลกดีเหมือนกัน ซิกมุนด์ ฟรอยด์ แถลงไว้ว่า การเชียกีฬาคือการแสดงออกซึ่งความก้าวร้าวความอยากเอาชนะของตัวตน ทีมที่เชียรเป็นเพียงสิ่งสมมุติ เพื่อสร้างสถานการณ์ในการเอาชนะผู้อื่นเท่านั้น น่าสนใจเนอะ เพราะมนุษย์ไม่สามารถเดินไปใช้หินแหลมคมทุบแทง ไม่นับใส่คนอื่นได้เหมือนสมัยยุคหิน ความก้าวร้าวบางอย่างในใจจึงต้องหาทางออกให้ตัวมันเองคำตอบที่มนุษย์ซักครึ่งโลกเลือก คือ ฟุตบอล
กูฝันไว้ว่าวันนึงจะได้ไปอังกิดไปนั่งดูบอลในแสตมฟอรดบริดจ (ฝันไว้ 1 ปี) ไปลิเวอพูลตามรอย เดอะบีทเทิ้ล (ฝันไว้ 10 ปี) ตอนนี้ฝันเป็นจริงมาอย่างละเร็วเกินคาดมาก
อันดับแรกต้องซื้อตั๋วก่อนพลาดไปหลายครั้งครั้งนี้เลยเน้นๆ เอาชัวรๆ เริ่มแรกเชคในเว็บไซท์เชลซีพอเห็นว่าไม่เป็นเมมเบอรซื้อได้ก็รีบจดวัน พอถึงวันก็โทรไปถามที่สนามเค้าก็ยืนยันมาว่าซื้อได้ไม่ต้องเป็นเมมเบอรยังมีเหลือขายอยู่ราคาอยู่ที่ 37 ปอนด กับ 43 ปอนด ก็โอเชไม่แพงน่านักวันต่อมาก็รีบไปซื้อที่สนามเลย ก็ต้องอึ้ง เพราะกลายเป็นราคา 65 ปอนด ซะงั้น แถมได้นั่งชั้นบน ไม่ได้นั่งใกล้ๆนักเตะ ก็อึ้งอยู่ 10วินาที คนขายก็ถามว่าเอาไงจ๊ะ กูก็เลยซื้อ เมี่ยงเลย 65 ปอนด เต็มๆ

ถือว่าเป็นแมทชพอใช้เตะกะเอฟเวอรตันรายการพรีเมียด้วย

บรรยากาศตอนลงจากทู๊บเดินทางสู่แสตมฟอรดบริดจคนเยอะมากๆต้องยอมรับระบบขนส่งมวลชนมันจริงๆคนเยอะมากๆแต่ก็ลำเลียงมาได้หมด

ในระหว่างทางเดินไปนี้จะมีคนมาขายของเกี่ยวกับสโมสรเยอะมากทั้งหนังสือเสื้อผ้ากูม่ได้แวะเลยจิตใจอยู่ที่สนามอย่างเดียวเดินดุ่มๆ
080 | Combo Computer & multimedia 1 ใน สมาชิก CIR Club ถือตัวอยู่บน E-Saan Software Park

รับทำ ขาย - ซ่อม คอมพิวเตอร์ / Website PHP,Html,Asp
วิดีทัศน์ /วางระบบเครือข่าย LAN,WAN
Graphicdesign & Multimedia ทุกชนิด
081-1714917 , 081-7299878 , 081-1846363
079 | ปีใหม่บัวใต้ตม 2550
ขณะนี้กำลังซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของโอมอยู่ บังเอิญเห็นรูปถ่ายตอนรับปริญญาและปีใหม่ หึหึ เลยเอามาอวดนิดนึง
.jpg)
3 คนนี้เป็นสมาชิกวงลำซิ่งชื่อดัง บังเอิญเดินผ่านหน้าบ้านบัวเย็นพอดี ก็เลยขอถ่ายรูปไว้

รูปหมู่บัวใต้ตม ผมกูเด๋อจริงๆ T.T (เกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างกูกะช่างตัดผม แม่งคิดว่ากูเป็นเด็กม.ต้นมั้ง ตัดซะเกรียนเลย)

ไอ้สิงห์ ลื่นล้ม กำลังจะตกลงน้ำ !!

ตกลงไปแล้วเสียงดัง! จ๋อม.... หยุมแหยะๆ หงืดๆๆ

078 | ความเปลี่ยนแปลงใน 11 ปี
แนวทางใช้ชีวิตของกูทุกวันนี้ น่าเบื่อหน่ายยิ่งกว่าสมัยวัยรุ่น กูต้องทำงานตอนเช้าและเลิกงานตอนเย็น แต่แนวคิดในการดำรงชีวิตกูมันเข้มข้นขึ้น เริ่มอยากที่จะเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต อยากที่จะไปผจญภัย อยากที่จะมีชีวิตที่ตื่นเต้นบ้างในบางโอกาส อยากไปพบเห็นสิ่งต่างๆบนโลกและในอวกาศมากกว่าเมื่อก่อน
ไม่รู้ทุกคนจะมองว่ากูเป็นคนอย่างไร วันนี้กูจะมาแฉ ว่ากูคิดยังไงกับตัวกูเอง
กูขี้บ่นมากขึ้นเยอะ อาจจะเป็นเพราะกูหยิ่งและคิดว่าตนเองเป็นคนไม่ธรรมดา และเหนือกว่าคนส่วนใหญ่บนโลกนี้ แต่ในหลายๆเวลา กูกลับคิดว่าทำไมกูถึงได้อ่อนด้อยและขาดความสามารถซะขนาดนี้ เป็นเพราะบุหรี่หรืออบายมุขอื่นๆที่กูใช้สมัยวัยรุ่นรึปล่าววะ หรือเป็นเพราะกูขาดการเลี้ยงดูที่ดี หรือเป็นเพราะกูตั้งคำถามผิดเอง ดังนั้นทุกวันนี้ กูพยามที่จะทำให้กูมีความสามารถในการทำงานสูงขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ตามหลังคนอื่นๆ
กูมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะขึ้น มักจะคิดนานกว่าจะพูดหรือกระทำได้ เรียกว่าใช้เวลาอ่านเกมส์ให้ออกก่อนลงมือก็ว่าได้ แต่มักจะใช้เวลาคิดนานมากกว่าปกติ เป็นเพราะสมองกูคิดไม่ทัน อีกส่วนเป็นเพราะกูต้องคิดให้ดีที่สุดก่อนจะพูด/กระทำ กูเคยเกลียดตัวเองอยู่ช่วงนึง เพราะกูมักจะพูดหรือกระทำโดยที่คิดถึงผลที่จะตามมาน้อยไปหน่อย
กูเลือดเย็นขึ้นกว่าเมื่อก่อน มันเป็นผลข้างเคียงจากการพยามอ่านเกมส์กระมัง
กูพูดหยาบขึ้นเยอะ แตเฉพาะกับคนสนิทเท่านั้น และกูจะพูดเรียบร้อยกับคนไม่สนิท กูไม่กล้าสบตาคน ไม่รู้ทำไม มองตาคนอื่นแล้วมันเขิน ก็เลยมองส่วนอื่น แต่พักหลังๆก็เริ่มเขิน กลัวคนอื่นหาว่ามองนมมองตูด ทั้งที่ใจจริงกูก็แค่ไม่กล้ามองตาน่ะนะแต่ไม่รู้จะมองส่วนไหน ถ้ามองขา ก็กลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะคิดว่ากูไม่สนใจเขา ถ้ามองลำตัว กูก็กลัวจะโดนเขาหาว่ามองนม เกิดเป็นกูมันลำบากจริงๆ
มีความคิดเรื่องการใช้ชีวิตมากขึ้น ยอมรับวิถีที่น่าเบื่อหน่ายของมนุษย์มากขึ้น บ่นเรื่องเงินมากขึ้น อนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้น ประหยัดไฟฟ้าและน้ำมากขึ้น ลดการทิ้งขยะย่อยสลายยากลงบนพื้น กูกลัวตายมากขึ้นเยอะ ยังอยากที่จะพบเจอสิ่งที่เลวร้ายและสิ่งที่สวยบนโลกใบนี้ ยังอยากที่จะรู้คำตอบของคำถามทั้งหลายบนโลกนี้ มีคำถามนึงที่กูนึกถึงมันบ่อยๆ แต่ไม่เคยคิดหาคำตอบเลย คำถามนั้นกูได้ยินมาจากบัวตูม ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นคำถามอันดับหนึ่งในใจกู "จักรวาลคืออะไร มีเพื่ออะไร?" ทุกวันนี้กูก็ได้แต่คิดคำตอบเอาเองว่า จักรวาลมีมาเพื่อให้กูทำลาย กูเกิดมาเพื่อสร้างสมดุลของทุกสิ่ง แต่พอคิดอย่างนี้แล้วก็รู้สึกว่ากูไร้ค่าจังวะ กูทำได้แค่ทำลายจักรวาลหรอ แย่จัง
กูยังคงเล่นกีต้าร์เหมือนเดิม ตอนนี้มีกีต้าร์เป็นของตัวเองแล้ว ฝีมือดีขึ้นเล็กน้อย กูฟังเพลงกว้างขวางกว่าเมื่อก่อน กูมีปัญหาเพลงมาก คนอื่นชอบคิดว่ากูฟังเพลงแปลกกว่าชาวบ้าน ทั้งที่ความจริงแล้วกูก็ฟังเพลงเหมือนคนปกตินี่แหละ แค่อาจจะเป็นของหลายๆคนมารวมกัน เช่นฮะชอบบีทเทิ่ล เอกชอบหินเหล็กไฟ ติ้งชอบเบเกอรี่ มิกกี้ชอบไทเท กูก็เลยชอบหมดเลย แต่เรื่องการดูถูกเพลงของกูก็มีมากขึ้นเหมือนกัน ขอบอกตรงๆ กูเชื่อว่ากูใจกว้างเปิดรับดนตรีหลายๆแขนง มากกว่าคนทั่วไป กรุณาอย่ามาหาว่ากูไม่เปิดใจฟังเพลงเลยนะ ที่กูไม่อยากฟังเพลงทั่วไป มันเป็นเพราะกูตั้งใจไว้ว่ากูจะใช้หน่วยความจำที่กูมีกับของดีที่สุดเท่านั้น ของดีทั่วๆไปน่ะกูไม่อยากให้มันผ่านเข้ามาในหัวกู ทำไมกูไม่ฟังโปเตโต้หรือบอดี้สแลม ? เพราะกูปิดใจหรอ ? ไม่ใช่เลย ที่กูไม่ฟังก็เพราะว่าบนโลกนี้ยังมีของที่ดีมากรอให้กูไปค้นหามาใส่สมอง.
กูยังชอบเที่ยวเช่นเดิม และที่ๆกูชอบที่สุดก็คงเป็นทะเลและแสงจันทร์เช่นเคย ภาพที่เกาะพงันเมื่อสมัยอายุ 18 ของกูมันยังติดตา แสงจันทร์บนพื้นน้ำ มันสวยงามและสงบ กูนั่งยิ้มอยู่ริมทะเลคนเดียว เหมือนเพิ่งยิงเนื้อเสร็จใหม่ๆเลย นั่งมองทะเล พระจันทร์ และเล่นกีต้าร์ให้ตัวเองฟัง
เริ่มมองผู้หญิงมากขึ้น แต่ก็ยังคงวางตัวเช่นเคย นิ่ง ไม่กล้าจีบใครก่อน กลัวแห้ว กูยังไม่ชอบคุยโทรศัพท์เหมือนสมัยก่อนอยู่ดี โทรศัพท์ก็ใช้ของถูกๆเหมือนสมัยก่อน(ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็ขอบัวเย็นมา)




