1.บัวหลวง <<< กุว่าชีวิตเชี่ยเนี่ย อันตรายที่สุดแล้ว
2.บัวไฟ <<<< รู้ๆกัน แต่กุก็ไม่ต่างกัน
3.บัวลอย << กุว่า กุเริ่มแย่แล้ว
4.บัวอวบ << น้ำหนักมัน ขึ้นลงมากไป บางทีมาบ้านกุ ผอมลงเวอร์ สงสารกระดูก+เอ็นมันจริงๆ
5บัวเพชร <<<ดูสุขภาพดี แถมสาวติดแบบเมิง คงอยู่ได้อีกไม่นาน
6.บัวเงิน << < พักผ่อนบ้าง
7.บัวบาน <<< เป็นคนไม่แข็งแรงแต่เมิงดูแลตัวเองใช้ได้เลย
8.บัวลม <<< พักผ่อนไม่ค่อยเป็นเวลาเลย เชี่ย ออกกำลังกายมั่งป่าววะ
9.บัวตูม <<< แข็งแรงดี นี่หว่า แต่อย่าหลุดเวลา คับขัน
10บัวเย็น <<<กุว่าเมิงเอาตัวรอดเก่ง แถมแข็งแรงดีอีก
เย็นๆไม่กินเหล้า ทำอะไรกันดี ??
บัวเย็นชวนไปเล่นสเก็ตบอร์ด !?!
เบียร์
เป็นเมรัยหลาย ๆ รูปแบบที่ผ่านกระบวนการหมัก ผลิตภัณฑ์พวกธัญพืช ประวัติศาสตร์ของเบียร์นั้นมีมายาวนาน เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลชนิดแรกของโลก เริ่มผลิต 6,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยชนชาติ บาบิโลเนียน เบียร์เป็นที่รู้จักในสมัยอียิปต์โบราณและเมโสโปเตเมีย และมีหลักฐานย้อนไปยาวนานถึง 4,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยใช้ข้าวบาร์เลย์ เป็นวัตถุดิบ ในราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ทีการผสมพืชอีกหนึ่งชนิดเข้าไปคือ ฮอปส์ ทำให้มีกลิ่นหอม, รสชาติขม และ สามารถรักษาคุณภาพของเบียร์ให้เก็บได้นานขึ้น แต่เบียร์เหล่านี้แตกต่างจากเบียร์ในปัจจุบัน และเนื่องจากเครื่องปรุงและกรรมวิธีในการผลิตเบียร์แตกต่างกันไปตามสถานที่ ลักษณะของเบียร์ (ชนิดของเบียร์, รสชาติ, และสี) จึงมีความแตกต่างกันได้มาก
ประวัติการผลิตเบียร์ในประเทศไทย
ประเทศไทยนั้น เริ่มมีการผลิตเบียร์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ได้ยื่นเรื่องขอจัดตั้งบริษัทผลิตเบียร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2473 โดยจะใช้ปลายข้าวในการผลิตแทนข้าวมอลต์. ส่วนตัวโรงงานนั้นได้ถูกสร้างขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2476 ในย่านบางกระบือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้ชื่อบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และทำการผลิตเบียร์ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2477 ภายใต้เครื่องหมายการค้า ตราหมี ตราสิงห์แดง ตราสิงห์ขาว ตราแหม่ม ตราพระปรางค์ทอง ตราว่าวปักเป้า ตรากุญแจ ตรารถไฟ และ ที่ยังคงอยู่จนปัจจุบันนี้คือ ตราสิงห์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 มีโรงเบียร์แห่งที่สองเกิดขึ้น คือ บริษัทบางกอกเบียร์ ผลิตเบียร์ตราหนุมาน ตราแผนที่ และตรากระทิง แต่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้ดื่มจึงได้เลิกกิจการไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2509 จึงได้เปลี่ยนเจ้าของกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทไทยอมฤต บริวเวอรี่ จำกัด ผลิตเบียร์อมฤต และซื้อลิขสิทธิ์ยี่ห้อเบียร์จากต่างประเทศชื่อ คลอสเตอร์ มาผลิตเมื่อ พ.ศ. 2521
ภายหลังจากที่ประเทศไทยมีโรงงานเบียร์แห่งที่สองแล้ว ภาครัฐก็ไม่ได้มีการสนับสนุนให้มีการตั้งโรงงานเพิ่ม เนื่องจากเห็นว่าเบียร์เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และตั้งกำแพงภาษีเพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ผลิตในประเทศ จนกระทั่ง พ.ศ. 2535 ภาครัฐมีนโยบายเปิดเสรีทางการค้า โดยการเปลี่ยนเงื่อนไขของผู้ผลิตเบียร์ จากที่กำหนดให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย เพื่อจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในประเทศ
ส่วนผสมหลัก
องค์ประกอบหลักในการหมักเบียร์คือ น้ำ ข้าวมอลต์(คือเมล็ดข้าวอบแห้งหรือคั่ว ของเมล็ดธัญพืชที่แตกหน่อแล้ว โดยปกติใช้เมล็ดข้าวบาร์เลย์) ฮอปส์ และ ยีสต์ และยังมีส่วนผสมอื่น ๆ เช่นผลเชอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และเมล็ดธัญพืชอื่น เช่น เมล็ดข้าวสาลี (Wheat) เรียกว่า แอดจังท์ (Adjunct) หรือ ส่วนผสมข้างเคียง
เนื่องจากวันพุธที่ 22 กค. 2552 จะมีฟุตบอลนัดสำคัญระหว่าง สโมสร ลิเวอร์พูล VS ทีมชาติไทย ที่ะจัดขึ้นที่สนามราชมังฯ
เนื่องจากตอนแรกได้บอกกับ บัวตุม และบัวเย็น ไว้ว่า จะหา บัตร ฟรีมาให้ แต่สุดท้ายๆ สุด คนที่ทำงานบริษัท สยามกีฬาเอง
ยังต้องควักเงินเพื่อซื้อบัตร อาจจะได้ในราคาถูดลง แต่ก็ไม่มีบัตรฟรี เลย เนื่องจากพี่ใหญ่ในบริษัทบอกมาว่า บัตรมันขายได้
ไม่เหมือนกับบอลกะโหลกกะลาที่ผมเคยได้บัตรฟรีมา สรุปเลยและกันว่า ได้ถูกสุด คือ 800 บาทต่อ 1 ที่นั่ง
ผมจึงโทรบอกบัวเย็นเพื่อให้ทราบ บัวเย็นเลยให้ข้อเสนอมาว่า ถ้า 800/คน เราไปร้านนั่งกินดูจอยักชิวๆ กันดีกว่ามั้ย
ซึ่งก็เป็นความคิดที่เข้าท่ามาก แต่เนื่องจาก งานเริ่ม 18.00น. เพื่อนๆ ที่ทำงาน ต้องออกจาก บ. อย่างน้อยๆ คือ ประมาน
17.00 น.ของวันนั้น ก็เลยไม่รู้ว่าเพื่อนๆ อยากไปหรือไม่อยากไป หรือว่าสดวกมาน้อยแค่ไหน จึงรบกวน โพสบอกไว้หน่อยนิดนึง
แล้วเด่วจะโทรโคอีกทีวันไกล้ๆ เท่าทีรู้ คุยกับบัวเย็น และ บัวบานแล้ว ก็เหมือนว่า 2 ท่านนี้จะไปนะ
จะจะจะมาหลายรอบละ สุดท้ายยอมแพ้ความเรียบร้อยไปตัดมันทุกที ไม่รู้จะทำไง มา ปฎิญาณในนี้ดีกว่า แค่นี้กูก็ตัดไม่ได้ละ อีก ปีครึ่งพบกัน ยาว กลาง หลัง แน่นอน จ้า