082 | เพื่อนๆ บัวใต้ตม..

อยากจะเขียนลงตั้งนานแล้ว..

แต่กูก็ไม่รู้จะเขียนลงด้วยน้ำหน้ายังไง...

บางทีเรื่องที่กูอยากเขียนนี้  มันอาจจะไปรำคาญใจของพวกมึงบ้าง บางคน ซึ่งกูก็ไม่รู้หรอก..  เพราะมันออกจะเปนเรื่องส่วนตัว..

กูไม่รู้ว่า บัวใต้ตมจะยังรักกู กันอยู่มั๊ย?   บางที กูควรจะไปเขียนลงในมายสเปซของกูเงียบๆคนเดียว.. 

กูไม่รู้เหตุผลจิงๆ ว่าทำไมวันนี้ กูถึงตัดสินใจ มาเขียนลงในเว็บบัวฯ  อย่างน้อย.. กูก็หวังไว้ในใจว่า คงมีคนรักและให้เกียรติกูอยู่บ้าง..

 

พวกมึงอยากฟังชีวิตประจำวันของกูในช่วงเวลานี้กันมั่งมั๊ย?   จะมีรึไม่มี กูก็ตัดสินใจเขียนลงไปแระล่ะ..  

มุกดาหารเปนเมืองที่เล็กนะ เล็กมากเลยล่ะ ไม่รู้ว่ามีใครเคยได้มาเที่ยวมั๊ย   ..ไซท์ที่กูทำงานอยู่เนี่ย ค่อนข้างจะใจกลางเมืองเลยทีเดียว..

บ้านอดีตท่านนายกเทศบาลเมืองฯ เนี่ย  อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนมุกดาหาร (รร.ประจำจังหวัด) โดยมีถนนเส้นนึง(เส้นเล็กๆ) เปนตัวคั่นกลาง  

ชื่อถนนพิทักษ์พนมเขต  ถนนเส้นที่วิ่งไปชนกับแม่น้ำโขง..   ด้านหน้าบ้านเค้า ที่อยู่ติดกะถนนเนี่ย เปนออฟฟิคสำนักทนายความ,ลักษณะเปนอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น

ชั้นล่างเปนออฟฟิคที่ทำงาน และชั้นบนนี่แหละเปนที่นอนของกูเอง..  ที่ดินของเค้าเนี่ย จากด้านหน้าถนน เซทเข้าไปลึกมาก  แระก็ไอ่ส่วนด้านหลังที่เซทเข้าไป

นี่แหละ คือส่วนบ้านหลังใหม่ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ แระก็เปนส่วนที่กูต้องคุมฯ     แระถ้ากูเดินออกมาทางหน้าบ้าน(หรือไอ่ออฟฟิคที่กูใช้ทำงานช๊อป-ดรออิ้ง บวกกะ

งานออกแบบต่างๆ)  เลียบมากะถนนทางซ้ายมือ  ไม่กี่ก้าวหรอก  ปะมาน ยี่สิบ ยี่บห้า ก้าว เท่านั้นเอง..  จะมีร้านขายของชำร้านนึง  ร้านที่พี่เจ้าของร้าน(ผู้ญ.)

ใจดีมาก อัธยาศรัยดีสุดๆ เปนเจ้าของร้าน    ร้านที่คนงาน ตลอดจนหัวหน้าช่าง  มาเซ็นเปนเหล้าขาว(ขวดเล็ก) เปนประจำ   ส่วนตัวกูก็ใช้บริการร้านนี้ตลอด

เหมือนกัน บ้างซื้อชาเขียว บ้างซื้อโค้ก บ้างซื้อบุหรี่ ฯลฯ  แต่ต่างกันตรงที่กูไม่ได้เซ็น  กูจ่ายสด..  ไม่ใช่เพราะกูรวย..

แต่เพราะกูอยู่ในอีกฐานะนึง  ที่ถ้าเปนมึง.. มึงก็ไม่กล้าที่จะเซ็น..

วันนี้.. กูกำลังเขียนข้อความพวกนี้ ในขณะที่กูกำลังกินเบียร์อยู่หน้าร้านของพี่คนนี้   นั่งเขียนอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าร้าน  โต๊ะที่ปกติมีเก้าอี้ 4 แต่ตอนนี้ มีแค่ 1 ... 

ที่ที่ไม่เหมาะเลยที่จะให้คนมานั่งกินเบียร์..  แต่คนเรา... ทางเลือก มีไม่เยอะ...  

เมื่อก่อน..  กูจะมีมอไซค์ให้ใช้ได้อยู่คันนึง mio สีชมพู เปนรถของออฟฟิค  ใครใช้ก็ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน..

 ทุกวันนี้ กูไม่สามารถใช้ได้แล้ว.. เพราะเค้ายึดกุญแจรถ..  เหตุผลมันมีอยูว่า ไอ่บ้านอดีตท่านนายกฯเนี่ย ตอนนี้เค้ากำลังลงเลือกตั้ง สส. ปีนี้เปนปีแรก

ลูกนงลูกน้องต่างๆนาๆ พากันมาทำงาน,เข้า-ออกมั่วซั่ว แระ มันวุ่นวายไปหมด..  บางวัน ไอ่เหี้ยนึงก็เอามอไซค์คันนี้ ไปร่อนรับสาว  หายไปทั้งวัน..

ไม่มีรถจะใช้ในการทำงานของเสมียน ตลอดจนมาถึงกู      

ใครซวยล่ะ..  ไอ่เหี้ย!   กูไง      โดนหางเลข!  ไม่ได้ใช้ไปด้วยเลย..

จะไปไหนมาไหน  ตอนนี้.. กูเดินเอา...............................................    เลยไม่แปลก   ที่ตกเยน ก่อนกูจะนอน แล้วกูอยากแดกเบียร์ (จะด้วยปันหาเหี้ยอะไรก็แล้ว

แต่..  ที่เข้ามาในหัวสมองกู)  กูเลยได้มานั่งขอใช้ที่หน้าบ้านเค้ากินเบียร์..

แดกมาหลายวันละ..  ก็ได้เหนอะไรหลายอย่าง..  เมื่อคืนวาน..  มีเดะผู้ชายคนนึงมาซื้อนมขวดนึง อายุน่าจะปะมานซัก  7 ขวบ  

(ลูกสาวเจ้าของร้านเปนคนมาขาย อายุน่าจะปะมาน 17-18 )   ก็บอกเด็กคนนั้นว่า.. 12 บาท  

เด็กคนนั้นถือแบงค์ยี่สิบมา..  ตอบกลับสาวน้อยผู้พี่ผู้นั้นว่า...    ไม่ต้องทอนน๊ะ.......

เบียร์ในปากกูเกือบจะทะลักออกมา.. ด้วยถ้อยคำแสนหวานนั้น..                                      ไอ่เหี้ย  มันนึกว่ามันเปนป๋ารึไงวะ .....  ไอ่เดะเวร

ยังมีอีกเหตุการณ์นึง   วันนี้เลย..  มีเดะผู้ชายคนนึงใส่เสื้อลายสก๊อตช์แขนยาว-กางเกงยีนส์ เดินมาขอซื้อมาม่า และไข่ไก่   ด้วยพรอบโพรชั่นปะมานเดะ 4 ขวบ

(หล่อเลยนะมึง..  เฟี้ยวเลยล่ะ)   ทำให้กูงงอีกทีนึง    มันซื้อเสด มันก็เดินกลับบ้านมันลับไปในความมืด..   

(ในใจกู) : ตอนกู 4 ขวบนี่กูมาซื้อมาม่าแล้วก็ไข่ไก่ไปทำอะไรวะ  กูซื้อเปนแล้วหรอ?  ไม่ใช่ตอนนั้นกูยังดูดขวดนม- เดินเล่นอยู่ในบ้าน เตาะแตะๆไปมา ไรงี้หรอ

ทำให้กูคิดไปไกลว่า  เดะสมัยนี้แม่งฉลาด โตเร็ว  เรียนรู้ไว    แระไอ่เหี้ยเดะน้อยคนนี้ อีกหน่อย แม่งไม่มีเมียตั้งแต่อายุ 8 ขวบ หรอวะเนี่ย?

เปลี่ยนเรื่องมั่ง.. คราวนี้มาถึงเรื่องห้องพักกูดีกว่า..

ห้องที่กูใช้นอนหลับพักผ่อนหลังเลิกงานมาตลอดกว่า 3 เดือน..

กูขออธิบายลักษณะของชั้น 3 ชั้นที่เค้าเตรียมเอาไว้ให้กูใช้นอนนี่ก่อนนะ..    พื้นที่สี่เหลี่ยมๆในชั้นนี้นะ  มันจะคล้ายๆห้องประชุมห้องนึง 

โดยกั้นเปนห้องสี่เหลี่ยมห้องนึงเอาไว้ คล้ายห้องเก็บของ (นั่นก็คือห้องนอนกูนั่นเอง)  ถ้ากูเปิดประตห้องนอนกูออกมา กูจะเหนเปนสเปซโล่ง แระก็ถ้าเดิน

ออกไปข้างหน้าปะมาน 10 ก้าว กูจะเจอห้องอาบน้ำ ซึ่งใช้เยี่ยวและขี้ไม่ได้ ตั้งแต่วันแรกที่กูมา

ไอ่สเปซว่างๆของชั้น 3 ที่กูพูดถึงนี่แหละ คือส่วนที่พวกลูกน้องสันดารเสียแม่งมาทำงานกัน (ช่วยในการหาเสียงในปีนี้)  จนถึงเวลา  2 ยาม

แระมันก็เปนห้องที่เสียงก้องกังวาลมาก..  คือกูรู้หมดทุกอย่างที่แม่งพูดคุยกัน..

บางคืนแม่งทะเลาะกะเมีย....  กูก็รู้หมด ว่าแม่งทะเลาะกันด้วยเรื่องเหี้ยอะไร

บางคืนแม่งเมามา โหวกเหวกโวยวายเรื่องโน้นเรื่องนี้  กูก็ต้องทนนอนฟังมันพล่ามไปจนถึงตี 2 ตี 3   นอนฟังมันเสียงดังอยู่เปนเวลาเกือบ 2 เดือน..

ก็มีอยู่คืนนึง..   แม่งทำงานห่าเหวเหี้ยอะไรของแม่งมันก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ากูนอนตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่ง....... เที่ยงคืนก็แล้วกูยังนอนไม่หลับเลย

รู้แต่ว่าเสียงมันดังและก้องมาก เสียงคล้ายคนตอกตะปู 2 ลงบนไม้อัด นานติดต่อกัน สองถึงสามร้อยแผ่น กินเวลาตั้งแต่เทียงคืนถึงตีสอง..

กูนอนฟังมันตอกตะปูนั้น...   ในใจกูคิดตลอดแระว่า " กูไม่สนแล้วนะ  ว่าจะหัวหงอก หัวดำ กูเอาหมดละ ตอนนี้"

ตีสองครึ่งเท่านั้นแหละ เสียงก็ยังไม่จางไป..         ความอดทนของกู ซึ่งกูคิดว่ามีสูงมากหลังจากกูได้บวชเรียนมา          หมดลง...

กูกระแทกประตูห้องออกไปด้วยความแรงสุดกำลังของคนที่ทำงานมาตลอด 8 ชม. ในหนึ่งวันนั้น  ด้วยสภาพบ๊อกเซอร์ตัวเดียวตามสไตล์

ไร้เสื้อแสงคลุมร่างกายอันผอมกะหร่องแต่อย่างใด..    มือทั้งสองข้างกำแน่น..  ตีนกูพร้อมที่จะไปฟาดเข้าที่ปากของไอ่เหี้ยนั่นอย่างเต็มกำลัง..

แต่แล้ว...  กูก็ต้องหยุดชะงัก...   โดยที่กะเอาไว้ว่าจะเขย่ง-ก้าว-กระโดด และก็เอาหน้าเท้ากูไปสัมผัสกับทัดดอกไม้บริเวณกกหูของมัน  ถ้ามันไม่หลับ

กูก็จะบู๊กะแม่งให้หมอบกันไปข้างนึง..

...แววตาของเมียมันที่อายุน่าจะใกล้เคียงกับแม่ของกู ซึ่งนอนอยู่.. และแววตานั้นได้บอกโดยนัยกะกูว่า.." อย่ามีเรื่องเลย  ขอร้องเถอะ .. แล้วเด่วน้าจะคุยกะแฟน

น้าให้  ว่าให้เบาเสียงลง..."  

เครื่องกูดับลงในทันที..  แล้วก็บอกไปในแววตาของกูต่อ 2 ผัวเมียนั้นว่า  " กูเหนื่อยจิงๆ  ขอให้กูนอนหลับพักผ่อนอย่างสบายๆบ้างเถอะ  นี่มันไม่ใช่เวลาทำงาน

หรอกนะ  ได้โปรดเกรงใจกูบ้าง "

 

ทุกวันนี้..กูได้แต่รอคอยให้การหาเสียงเหี้ยนี่ มันจบไปซักที..  กูหวังเอาไว้ว่ามันอาจจะดีขึ้น..

ทุกวันนี้วิถีชีวิตกูมันแย่จิงๆ  จะกินข้าว เช้า-กลางวัน-เยน  ต้องเดินออกไปกินเอา  เลือกเอาร้านใกล้ๆ..

ถ้ามื้อเช้าได้กินตอนสายๆหน่อย 9 โมง 10 โมง หรือ 11 โมง     มื้อกลางวัน ก็เดินออกไปซื้อกล้วยทับมากิน ไม้ละ 2 บาท  (เออ อยากบอกว่าที่นี่ อาหารอร่อย

หลายอย่าง และราคาถูกมาก)  ซื้อ 3 ไม้ 5 บาท เกือบทุกวัน โอเลี้ยงอีกหนึ่งถุง แก้ง่วงนอน

ตกเยน ถ้าไม่ได้สั่งเบียร์กินหน้าร้านขายของชำข้างๆ  ก็ไปกินบะหมี่เกี๊ยว หรืออาจเปนข้าวต้มทรงเครื่อง..   กลับมาก็ อาบน้าม แล้วเข้านอน...

 

ถ้าสวรรค์มีจริง แระเทวดา กำลังบันทึกเทปวิดิโอด้วยกล้องวงจรปิดของชีวิตในแต่ละชีวิตเอาไว้..  เหมือนกับบ้านบิ๊กบราเทอร์ ( ซึ่งกูเองก็ไม่เคยดูมันหรอกนะ)

กูว่าหลายคนคงนึกสงสารกูอะ..   ที่ทุกวัน ที่กูดำรงชีวิตอยู่ ณ ที่นี้         กูไม่มีใครเลย... แม้ซักคน

 

 

Posted by mellon-collie | 07.12.2007 23:18 | 370 reads

4 Comments

  1. pick :

    อ่านแล้ว รู้สึกว่ามันโคตรเหงา โคตรน่าเบื่อเลยพี่โอมมมม

  2. บัวตูม :

    เออเข้าท่าทำเรื่องธรรมดาๆให้อ่านหนุกหนานได้ ในชีวิตคนคนนึงคนคนนั้นก็จะเป็นพระเอก นางเอกนางร้ายจะเข้ามาในชีวิตพระเอกเรื่อยๆ ต่างกันที่หนังเรื่องนึงจะคัดเอาแค่บางช่วงของชีวิตไปเผยแพร่ กูเคยคิดเรื่องนี้ตอน ป6 อีก 4-5 ปีต่อมามีหนังเรื่อง ทรูแมนโชว กูดูแล้วสะอึกมันขโมยความคิดกูไปได้ไง หนังเศร้าจะตัดเอาชีวิตช่วงหม่นหมองร้องไห้ของไอทิดไปทำบางทีอาจถ่ายทอดชีวิตมัน 3 วัน บางเรื่อง ก็ 6เดือน หนังรัก ก็ไปถ่ายตอนไอทิดจีบแฟน จบ โรแมนติคตอนมันแต่งงาน กูชอบอาจารยกบพูดว่า หนังมันยังไม่จบ หลังจากนั้นไอทิดทรมานมากเพราะเมียขี้บ่น ตกกลางคืนไอทิดต้องหนีเมียออกไปกินเหล้ากับเพื่อนกลับมาเช้าเมียยืนรอพร้อมสากเบือ ในขณะที่เราเป็นพระเอกในหนังของเราเพื่อนเรามันก็เป็นพระเอกในหนังของมัน เรากลายเป็นตัวประกอบในหนังของมัน กูพึ่งมาพบว่าเรื่องนี้ในพุทธศาสนามีกล่าวไว้เหมือนกัน ในเรื่องของความตื่น Consciousness โลกของคนคนหนึ่งจะมีความหมายมีอยู่จริงสำหรับคนนั้นก็ต่อเมื่อคนนั้นยังคงมีการรับ ผัสสะ perceptions อยู่ เมื่อคนคนนั้นไม่สามารถ รับผัสสะ หรือพ้นสภาวะความตื่นแล้ว โลกนี้สำหรับคนคนนั้นก็จบลงคือ จักรวาลยังคงมีจริง แต่ไม่มีจริงอีกแล้วสำหรับคนคนนั้น พุทธนี่เจ๋งจริงๆกูหละลุ่มหลง อยากให้คนไทยนับถือพุทธจังเลยแต่คงจะยาก สัมภเวสี เป็นศาสนาประจำชาติ กูหละอ้ายอาย อาจารยถามว่าพุทธมีพระเจ้ามั้ย เพื่อนคนไทยตอบเลยมีดิ๊ เราอะมีพระเจ้าที่ยอดเยี่ยม ( กูอายจนบอกไม่ถูกรีบแก้ทันควันว่าไม่มีครับ )เพื่อนคนไทยก็เถียงกู จนกูหน้าร้อนเลย 9/10 ของคนไทยคือคนโง่ กูไม่ได้บอกว่าไม่เก่งแคลคูลัส ไม่เก่ง สปช นะ แต่เราต่างเดินตามวาทกรรม มืดบอดทางปัญญา และขาดภูมิคุ้มกันทางความคิด อย่างถึงที่สุด เรื่องเหล่านี้ทำให้กูปวดใจมาก ปวดใจเหลือเกิน คืนนี้กูคงนอนพลิกตัว 3 ชมอีกแล้วโอมเอ้ย มึงทำกูแล้ว

  3. บัวลอย :

    :011:

  4. บัวไฟ :

    สู้ต่อไปหมาน้อย .. จากหมาใหญ่




:001: :002: :003: :004: :005: :006: :007: :008: :009: :010: :011: :012: :013: :014: :015: :016: :017: :018: :019: :020:
:021: :022: :023: :024: :025: :026: :027: :028: :029: :030: :031: :032: :033: :034: :035: :036: :037: :038: :039: :040:
:041: :042: :043: :044: :045: :046: :047: :048: :049: :050: :051: :052: :053: :054: :055: :056: :057: :058: :059: :060:


บัวใต้ตม buataitom buataitom*play buataitom club buataitom cafe บัวใต้ตมคาเฟ่ บัวใต้ตมคลับ บัวตูม บัวบาน บัวลอย บัวเงิน บัวอวบ บัวผัน บัวลม บัวไฟ บัวหลวง บัวเย็น buatoom buaban bualoy buagern buauab buapun bualom buafire bualuang buayen

"In my life I've loved them all" - บัวตูม

"... I have nothing to say anymore ..." - บัวบาน

"ฮาคูน่า มาทาท่า" - บัวลอย

"Known to act wild and make girls smile" - บัวเงิน

"ฤดูแห่งการล่ามาแล้ว" - บัวลม

"GodDess" - บัวไฟ

"" don't tอlk อny more, go Skอte! now "" - บัวหลวง

"reset my life and don't look back in anger!!" - บัวเย็น

"ไม่ได้เกิดมาดี แต่จะดีให้ได้..." - บัวเพชร

hosted by hostworking