070 | เบื้องหลัง-เบื้องหน้า ประชามติรัฐธรรมนูญ

ทุกฝ่ายก็ควรจะยอมรับผลการลงประชามติครั้งนี้ ถึงแม้ว่ามันไม่มีเนื้อหาสาระอะไรมากไปกว่าการแสดงปาหี่การเมือง เพื่อให้คนประทับตราว่ายอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้และนิรโทษกรรมการทำรัฐประหารคราวที่ผ่านมา
ผมเชื่อว่าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่กว่า 90% ไม่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ คำถามจึงอยู่ที่ว่าการตัดสินใจรับหรือไม่รับอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลอะไร
คำตอบคือ อยู่บนพื้นฐานการตัดสินใจที่แตกต่างกันหลายอย่าง คนส่วนใหญ่ไม่ได้ดูเนื้อหาแต่มีความ "เชื่อ"
คนใต้ส่วนมากเชื่อถือพรรคประชาธิปัตย์ ลงคะแนนตามพรรคประชาธิปัตย์ที่รับร่างฯ
คนอีสานส่วนใหญ่เป็นฐานเสียงสนับสนุนพรรคไทยรักไทยที่ไม่รับร่างฯ ถึงแม้ในบางพื้นที่จะถูกคุมเข้มจากอำนาจรัฐ เช่น ที่บุรีรัมย์ แต่ผลออกมาเสียงส่วนใหญ่ปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญ
คนเหนือแม้มีความนิยมพรรคไทยรักไทยอยู่ในตัว แต่โดนบี้หนักจากอำนาจรัฐ จนภายหลังหลายส่วนกลับลำรับร่างฯจำนวนมาก
คนภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นฐานเสียงของหลายพรรคผสมปนเปกัน ทั้งชาติไทย ประชาราช มัชฌิมา ฯลฯ ส่วนใหญ่จะไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง คะแนนจึงรับมากกว่าไม่รับ
คนกรุงเทพฯนิยมบริโภคข่าวสารมากที่สุด ฝ่ายที่ยึดกุมอำนาจรัฐอยู่แล้วได้ทำสงครามสื่ออย่างขนานใหญ่จึงได้เปรียบเต็มประตู
นอกจากนั้นยังมีคนกรุงเทพฯอีกจำนวนมากที่ออกไปโหวตรับร่างเพราะอยากให้มีเลือกตั้งเร็ว คิดให้บ้านเมืองสงบเหมือนรัฐธรรมนูญถูกจับเรียกค่าไถ่
จึงยอมจ่ายค่าไถ่ตัวเอารัฐธรรมนูญมาก่อน ขอให้มีเลือกตั้ง ยินดีโหวตรับ
บางคนถึงขนาดฝันว่ารับแล้วไปแก้เอาทีหลัง คงมีประเทศนี้ประเทศเดียวที่คนคิดรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เอี่ยมอ่องเพื่อไปแก้เอาทีหลัง
เหมือนยอมซื้อรถใหม่เพื่อเอาไปซ่อม เพราะเกรงกลัวอำนาจของคนขาย
ทุกฝ่ายก็ควรจะยอมรับผลการลงประชามติครั้งนี้ ถึงแม้ว่ามันไม่มีเนื้อหาสาระอะไรมากไปกว่าการแสดงปาหี่การเมือง เพื่อให้คนประทับตราว่ายอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้และนิรโทษกรรมการทำรัฐประหารคราวที่ผ่านมา
การแสดงปาหี่ชุดนี้หมดเงินงบประมาณแผ่นดินไปร่วมสองพันล้านบาท ทั้งงบในการยกร่างฯและงบประชาสัมพันธ์
กำลังของฝ่ายไม่รับร่างมีจำนวนไม่น้อย เมื่อดูจากผลการโหวตที่แพ้ชนะกันเพียงประมาณ 8% ถือว่าแพ้ไม่มาก เพราะทำกันภายใต้ความเสียเปรียบในสงครามข่าวสาร การโฆษณา และการใช้อำนาจรัฐรูปแบบต่างๆ แสดงให้เห็นถึงพลังของฝ่ายที่คัดค้านการรัฐประหารกับฝ่ายที่สนับสนุนพรรคไทยรักไทยเดิม
ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมก็จะมีพรรคฝ่ายค้านที่เข็มแข็ง การต่อสู้กันทางการเมืองก็จะดำเนินการต่อไป
นับตั้งแต่นี้ไปจะเป็นเทศกาลประมูลผู้สมัครเข้าคอก พรรคไหนจ่ายมากมีหวังได้ตัวคนเสียงดีไป รัฐบาลผสมร้อยพ่อพันแม่ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ทำอะไรไม่ได้ มีแต่คนต่อรองเอาตำแหน่งรัฐมนตรี มีแต่ ส.ส. ขายเสียงกันแม้แต่ในห้องน้ำรัฐสภา คนก็จะเบื่อหน่ายการเมือง และอาจจะจบลงด้วยการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
คนที่โหวตรับรัฐธรรมนูญปี 2550 ต้องช่วยกันจำคำทำนายเหล่านี้ไว้ด้วย เพราะนี่คือเบื้องหน้าที่พอมองเห็น
คงจะมีบุคคลอยู่กลุ่มหนึ่งที่จะพอใจกับการมี ส.ส. แบบเบี้ยหัวแตกและมีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ คือกลุ่มบุคคลที่ไม่ยินดีจะให้ระบอบประชาธิปไตยฝังรากลึกลงในประเทศไทย กลัวว่าระบบพรรคการเมืองจะเข็มแข็ง
คอยจับตาดูกันให้ดีว่ากลุ่มบุคลใดที่จะมีอำนาจต่อรองและได้ประโยชน์จากระบบการเมืองตามรัฐธรรมนูญใหม่นี้
การเมืองไทยยังคงวนเวียนติดหล่มกันอยู่อย่างนี้อีกหลายปี คงจะเสียโอกาสพัฒนาประเทศกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนกว่าแนวความคิดที่ถูกต้องจะตกตะกอนรวมกันเป็นคุณภาพของคนส่วนใหญ่จึงจะก้าวกระโดดไปข้างหน้า
การสร้างความรู้ความเข้าใจกับคนส่วนใหญ่จึงเป็นภาระหน้าที่ของผู้รักประชาธิปไตยทุกคน
อย่าปล่อยให้สื่อสามานย์สมคบกับคนบางคนในระบบราชการครอบงำความคิดของคนไทยจนล้าหลังสุดกู่ ไม่รู้ว่าโลกเขาไปกันถึงไหนแล้ว
โดย...เลอเลิศ เชี่ยวเชิงการ
/////////////////
โลกวันนี้ คอลัมน์ "ปากกัด ตีนถีบ" วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2550
แถมนิด...






22.08.2007 12:43
รัฐธรรมนูญ 2550 แก้ยาก จะถูกต้าน โดย สว. แต่งตั้ง 74 คน เพราะ ต้องการอำนาจเป็น สว จนสิ้นสมัย อย่าง น้อย 6 ปี ดังนั้นการแก้ รัฐธรรมนูญ ข้อนี้จะต้องรอนาน ไม่ง่าย เหมือนที่ คิดไว้ ถึงแม้ จะมี เสียงเกินกึ่งหนึ่ง 316 เสียง ต้องใช้ สส 241 และ สว 75
23.08.2007 07:17
เอาไปอ่านกันขำ ๆ ครับ
http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=415512
24.08.2007 06:20
มึงโตเต็มวัย แล้วนะเนี่ย
ถ้า เป็น ตักแตนก็กลังถูกแดกหัว
ถ้าเป็นงูก็ ลอกคราบครั้งที่ 8 ละ
ถ้าเป็นนกนางแอ่นก็กลังคายน้ำลาย
นี่เป็นคนก็กลังบ้าการเมือง
06.09.2007 17:38
การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว เราทุกคนสามารถมีส่วนช่วยให้การเมืองของประเทศไทย เปลี่ยนไปได้
นั่นเป็นสิ่งที่ใครๆก็รู้อยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงเราทำไม่ได้หรอก
ประเทศไทยประชากรน่าจะประมาณ 70 ล้านคน จะมีสักกี่คนที่คิดได้ (คงไม่ถึง 1 ล้าน) -> จะมีสักกี่คนที่จะยอมสละเวลามาร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม (คงไม่ถึง 1 แสน)-> จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อพัฒนาประเทศ (คงไม่ถึง 10)
มันเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ซึ่งสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครยอมเสียสละตัวเองไปทำอะไรอย่างนั้น
ดังนั้น การที่คนธรรมดาจะไปทำเรื่องพวกนี้จึงเป็นไปได้ยาก โดยส่วนตัวแล้ว ฉันกำลังรอให้สวรรค์ดลใจ ให้ผู้ที่มีอำนาจสูงๆ ในประเทศ ยอมเสียสละ ทรัพสินท์ ทำผิดกฏหมาย ทำลายชื่อเสียงตนเอง เพื่อลดความสกปรกของการเมืองไทย